TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Physical Therapy” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 50% สำหรับ การทำกายภาพบำบัด ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรด ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 50%สำหรับ การทำกายภาพบำบัด (ปวดคอ ไหล่ หลัง) จากออฟฟิศซินโดรม หรือ บาดเจ็บจากกีฬา ด้วย ultrasound, laser, radiofrequency หรือ shockwaveราคาเริ่มต้น 2,500 ต่อครั้ง (ชั่วโมง) เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
ความงามและสุขภาพ • 1 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
ลด 10% บริการกายภาพบำบัด ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 10% บริการกายภาพบำบัด (Service for Physical therapy) รายชั่วโมง เพียง 1,800.- (ปกติราคา 2,000.-) เงื่อนไข 1. ใช้สิทธิ์ได้ที่ App: https://www.vnursecare.com/qrF8hf2. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์3. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี4. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ5. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้6. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข7. ให้การดูแลโดยนักกายภาพบำบัด8. บริการรายครั้ง ครั้งละ 1 ชม.9. ครอบคลุมบริการในเขตจังหวัด กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ10. ราคาทุกบริการยังไม่รวม service charge 10% และ vat 7%
บริการทั่วไป • 15 ต.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลเปาโล&โรงพญาบาลพญาไท
โรงพยาบาล
ความงามและสุขภาพ • 6 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
W Fitness
W Fitness คือคลับแบบมีระดับ ที่มาพร้อมกับบริการด้านออกกำลังกาย และความผ่อนคลายแบบสุดพรีเมียม ให้คุณได้ Happy และ Healthy ไปพร้อม ๆ กัน
ความงามและสุขภาพ • 15 ต.ค. 66
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสินแพทย์ นครปฐม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสินแพทย์เทพารักษ์
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 68
สิทธิพิเศษ
Fourwings Exclusive Club
FourWingClub คลับที่มาพร้อมกับบริการด้านออกกำลังกาย และความผ่อนคลาย ให้คุณได้ Happy และ Healthy ไปพร้อม ๆ กัน
ความงามและสุขภาพ • 15 ต.ค. 66
อ่าน
3 ท่าออกกำลังกาย Full Body ท่าเดียวโดนหลายส่วน
ท่าเดียวเอาอยู่! ใครเวลาน้อยต้องลอง 3 ท่าออกกำลังกาย Full Body ปั้นหุ่นสวยฉบับสาวเวลาน้อย เหมาะสุดๆ สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ตารางงานแน่นเอี้ยด แม้การหาเวลาไปยิมวันละหลายชั่วโมงอาจเป็นเรื่องยาก แต่รู้ไหมคะแค่เลือกทำ ท่าเดียวที่โดนหลายส่วน ก็สามารถเบิร์นไขมันและกระชับสัดส่วนได้ทั่วร่าง วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ 3 ท่าที่คัดมาแล้วว่า "โดน" สำหรับสรีระผู้หญิงค่ะ 1. ท่า Burpee ควีนแห่งการเบิร์นไขมัน ถ้าถามหาท่าเดียวที่ทำแล้วเหนื่อยได้ใจแต่หุ่นเปลี่ยนไวที่สุด ต้องยกให้ท่านี้ค่ะ เพราะมันคือการรวมร่างของ Squat Plank และ Jump เข้าด้วยกัน ทำท่าเดียวคือโดนทั้งตัว! ข้อดี: ได้ครบทั้งแขน หน้าอก หน้าท้อง ก้น และต้นขา แถมยังช่วยฝึกระบบหัวใจ (Cardio) ให้แข็งแรง เผาผลาญแคลอรีได้สูงมากแม้หยุดทำไปแล้ววิธีทำแบบละเอียด: เตรียมตัว ยืนตัวตรง แยกเท้าเท่าช่วงไหล่ ย่อเข่าลงในท่า Squat แล้ววางฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนพื้นด้านหน้า ดีดเท้าทั้งสองข้างไปด้านหลังพร้อมกัน ให้อยู่ในท่า Plank (ตัวตรงขนานพื้น) ดีดเท้ากลับมาหาฝ่ามือ กลับมาอยู่ในท่าย่อตัวเหมือนเดิม กระโดดขึ้นฟ้าให้ตัวลอยพร้อมชูมือเหนือศีรษะ แล้วลงสู่พื้นเบาๆ เพื่อเริ่มรอบใหม่ Tip: ถ้าเพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องกระโดดก็ได้ค่ะ ให้ใช้วิธีก้าวเท้าทีละข้างแทน 2. ท่า Squat to Overhead Reach ปั้นก้นงอนพร้อมแขนเรียว ท่านี้พัฒนามาจากสควอทธรรมดา แต่เพิ่มการชูมือขึ้นเพื่อบริหารกล้ามเนื้อช่วงบนไปพร้อมกัน ข้อดี: เน้นกำจัดเซลลูไลท์ที่ต้นขา ปั้นก้นให้กลมสวย และช่วยให้บุคลิกภาพดีขึ้นเพราะต้องเกร็งหลังและไหล่วิธีทำแบบละเอียด: ยืนกางเท้ากว้างกว่าหัวไหล่เล็กน้อย เปิดปลายเท้าออกด้านข้างเล็กน้อย มือถือดัมเบลหรือขวดน้ำขนาดที่เหมาะกับความฟิตของตัวเรา ย่อตัว สูดลมหายใจเข้า ดันสะโพกไปด้านหลังเหมือนจะนั่งเก้าอี้ ย่อลงจนต้นขาขนานพื้น (ระวังไม่ให้เข่าเลยปลายเท้า) ใช้แรงจากส้นเท้าดันตัวกลับขึ้นมายืนตรง ขณะยืดตัวขึ้น ให้ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะจนสุดแขน พร้อมเกร็งหน้าท้องและขมิบก้น 3. ท่า Mountain Climber บอกลาพุงหมาน้อย ท่านี้เหมือนเรากำลังวิ่งวิบากในแนวราบ เป็นท่าที่สาวๆ ที่อยากมี ร่อง 11 ต้องรักเลยค่ะ ข้อดี: เน้นกล้ามเนื้อหน้าท้องแบบเต็มๆ พร้อมกับบริหารหัวไหล่และสะโพก ช่วยให้ตัวลีนและหน้าท้องแบนราบ วิธีทำแบบละเอียด: ตั้งท่าเริ่มต้นในท่า High Plank เหยียดแขนตรง วางฝ่ามือลงพื้น ลำตัวตรงเป็นเส้นตรง ดึงเข่าขวาเข้ามาหาหน้าอก โดยให้หลังยังคงตรง ไม่โด่งก้นขึ้น สลับเท้าขวากลับที่เดิม พร้อมกับแทงเข่าซ้ายเข้ามาแทน ทำสลับกันซ้าย-ขวาด้วยความเร็วต่อเนื่องเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนพื้น Tip: พยายามเกร็งหน้าท้องตลอดเวลา และอย่าก้มหน้า ให้มองไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้คอไม่เกร็งค่ะ ลองเลือกท่าที่ชอบที่สุดมา 1 ท่า ทำ 15-20 ครั้ง ต่อ 1 เซ็ต แนะนำให้ทำทั้งหมด 3-4 เซ็ต เพียง 15 นาทีต่อวันติดต่อกัน 2 สัปดาห์ คุณจะเริ่มรู้สึกว่าร่างกายกระชับขึ้นและใส่เสื้อผ้าสวยขึ้นแน่นอนค่ะ! บทความที่คุณอาจสนใจ ตารางออกกำลังกายลดพุงง่ายๆ บอกลาพุงย้วย สู่หุ่นเฟิร์มใน 7 วัน! ตารางออกกำลังกาย 1 อาทิตย์ เน้นควบคุมน้ำหนัก ลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อ
ฟิตแอนด์เฟิร์ม • 19 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลสำโรงการแพทย์
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 68
สิทธิพิเศษ
พรศักดิ์ คลินิกเด็ก
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
อ่าน
ตารางเล่นพิลาทิส Pilates สำหรับมือใหม่ 4 สัปดาห์ ปั้นหุ่นลีนง่ายๆ ที่บ้าน
ใครกำลังมองหาทางลัดสู่หุ่นลีน เพรียว และบุคลิกภาพที่ดูแพงแบบดาราเซเลบบ้างคะ? เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของพิลาทิสกันมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี วันนี้เราจัดให้แบบจุกๆ กับ ตารางเล่น Pilates สำหรับมือใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณค่อยๆ ปรับพื้นฐานร่างกายให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่ได้นะคะ เพราะเราเน้นท่าที่ง่ายแต่ได้ผลจริง เพื่อให้การ เริ่มต้นออกกำลังกายพิลาทิสที่บ้าน ของทุกคนเป็นเรื่องสนุกและทำได้ต่อเนื่องยาวๆ เลยค่ะ การมีรูปร่างที่สมส่วนไม่ได้หมายถึงการหักโหมออกกำลังกายหนักๆ เสมอไปค่ะ แต่คือการรู้จักบริหารกล้ามเนื้อให้ถูกจุด โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscle) ซึ่ง ตารางเล่น Pilates สำหรับมือใหม่ ฉบับนี้ จะเน้นไปที่การสร้างความยืดหยุ่นและลดอาการปวดเมื่อยจากการทำงานไปในตัว เหมาะมากสำหรับ มือใหม่ที่อยากกระชับสัดส่วนและลดพุง ด้วยวิธีที่ถนอมข้อต่อและไม่ทำให้หัวใจทำงานหนักจนเกินไป เตรียมเสื่อให้พร้อม แล้วมาเปลี่ยนหุ่นใหม่ไปด้วยกันใน 4 สัปดาห์นี้เลยค่ะ! ตารางเล่น Pilates 4 สัปดาห์สำหรับมือใหม่ (ฉบับทำตามง่าย) เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว เราจะแบ่งตารางออกเป็นความเข้มข้นที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ดังนี้ค่ะ วัน กิจกรรม / ท่าเน้นหลัก ประโยชน์ที่ได้รับ จันทร์ Basic Core (The Hundred, Bird Dog) ฝึกการหายใจและกระตุ้นหน้าท้อง อังคาร Lower Body (Leg Circles, Clamshells) กระชับต้นขาและปั้นก้นเด้ง พุธ พัก (Rest Recovery) ให้กล้ามเนื้อได้ซ่อมแซม พฤหัสบดี Upper Body Back (Swan Dive, Plank) ลดอาการออฟฟิศซินโดรม ยืดหลังตรง ศุกร์ Full Body Flow (ผสมผสานทุกท่า) เบิร์นไขมันทั่วร่างและฝึกสมาธิ เสาร์ Flexibility (Stretching Childs Pose) ยืดเหยียดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ อาทิตย์ พัก (Rest Recovery) เตรียมความพร้อมสำหรับสัปดาห์ถัดไป สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่ม Pilates เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและไม่บาดเจ็บ เราขอแนะนำเทคนิคพื้นฐาน ดังนี้ค่ะ การหายใจ (Breathing): พิลาทิสเน้นการหายใจเข้าทางจมูก (ซี่โครงขยาย) และเป่าลมออกทางปาก (แขม่วท้อง) ห้ามกลั้นหายใจเด็ดขาด โฟกัสที่จุดศูนย์กลาง (Centering): ทุกท่าที่ขยับ ให้จินตนาการว่าเรากำลังดึงสะดือเข้าหากระดูกสันหลังตลอดเวลา ช้าแต่ชัวร์ (Control): ไม่เน้นความเร็ว แต่เน้นการควบคุมท่าทางให้เป๊ะที่สุด ยิ่งช้า ยิ่งโดนกล้ามเนื้อค่ะ! อุปกรณ์เบื้องต้นสำหรับเล่นที่บ้าน เสื่อโยคะ (Yoga/Pilates Mat): แนะนำแบบที่หนานิดนึง (6-10 มม.) เพื่อซัพพอร์ตกระดูกสันหลัง เสื้อผ้าที่กระชับ: เพื่อให้เราเช็กการจัดวางร่างกายในกระจกได้ชัดเจน พื้นที่เงียบๆ: เพื่อสร้างสมาธิระหว่างการฝึก Pro Tip: สำหรับมือใหม่ การทำเพียงวันละ 15-20 นาทีอย่างสม่ำเสมอ ได้ผลดีกว่าการโหมทำ 1 ชั่วโมงเต็มแค่สัปดาห์ละครั้งนะคะ เป็นยังไงบ้างคะกับตารางที่เราเอามาฝาก? ไม่ยากเกินใจสั่งมาแน่นอนค่ะ เริ่มต้นวันนี้เพื่อตัวเราที่ดูดีและมั่นใจกว่าเดิมในอนาคตนะคะ! บทความที่คุณอาจสนใจ 12 ท่าพิลาทิส ลดความอ้วน เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน 5 ท่าพิลาทิสง่ายๆ ทำได้ที่บ้าน ช่วยลดพุง แถมลดอาการปวดหลัง!
ฟิตแอนด์เฟิร์ม • 5 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูตินรีเวช หมอปุณณดา
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลลานนา
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกเด็กหมอก้อย-หมออาร์ม
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกหมอพิรานันท์
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกเด็กริมปิง
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลอ่างทองเวชชการ 2
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 15 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
วูแมนแคร์คลินิก
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกหมอเพชรดา
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกเด็กบ้านป้าหมอ
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 10 มี.ค. 69
อ่าน
Functional Training คืออะไร? เคล็ดลับหุ่นเฟิร์ม สุขภาพดี ทำได้ที่บ้าน
เชื่อว่าหลายคนที่เริ่มเข้ายิมหรือไถฟีดโซเชียลสายสุขภาพช่วงนี้ น่าจะได้ยินคำว่า Functional Training กันบ่อยจนหูเคลือบทองไปหมดแล้วใช่ไหมคะ? แต่เอ๊ะ! เจ้าการออกกำลังกายแบบ Functional Training คืออะไรกันแน่? แล้วมันต่างจากการยกเวทสร้างกล้ามแบบทั่วไปที่พวกเราคุ้นเคยยังไง? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ว่าเทรนด์นี้ทำไมถึงกลายเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่อยากมีหุ่นเฟิร์มพร้อมสุขภาพดีในระยะยาวค่ะ สำหรับการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่วงการฟิตเนส การเลือกโปรแกรมที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ ซึ่ง ประโยชน์ของ Functional Training สำหรับผู้หญิง นั้นมีดีมากกว่าแค่ความสวยงาม เพราะเน้นการเคลื่อนไหวร่างกายที่เลียนแบบกิจวัตรประจำวันของเราจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการก้มหยิบของ การอุ้มลูก หรือการเดินขึ้นบันไดหลายๆ ชั้นแบบไม่หอบแฮก การฝึกแบบนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน (Compound Movement) ทำให้ร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีเยี่ยม ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และช่วยให้บุคลิกภาพดูเป๊ะปังขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยล่ะค่ะ Functional Training คืออะไร? เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด Functional Training คือ การออกกำลังกายที่เน้น "การใช้งานจริง" โดยมีหัวใจหลักดังนี้ค่ะ Multi-planar: เคลื่อนไหวในหลายทิศทาง (หน้า-หลัง, ซ้าย-ขวา, หมุนตัว) Compound Movement: เน้นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่มทำงานร่วมกัน ไม่ได้แยกฝึกแค่ส่วนเดียวเหมือนเครื่องเล่นในยิมบางชนิด Core Stability: เน้นความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของทุกการเคลื่อนไหว Real-life Application: ท่าทางที่ฝึกสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง 4 ท่า Functional Training ง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้าน Squat (ท่าลุกนั่ง): เลียนแบบการนั่งลงบนเก้าอี้และลุกขึ้น ช่วยให้สะโพกและขาแข็งแรง Lunge (ท่าก้าวขา): ช่วยเรื่องการทรงตัวและเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาในขณะที่ต้องก้าวเดินหรือวิ่ง Push-up (วิดพื้น): สร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนบนและแกนกลางลำตัว ช่วยในการผลักหรือยกสิ่งของ Plank (ท่าแพลงก์): ท่าไม้ตายในการฝึกความนิ่งและความแข็งแรงของหน้าท้อง ทำไมถึงควรฝึก Functional Training หัวข้อ ผลลัพธ์ที่ได้ ความคล่องตัว ช่วยให้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้เหนื่อยน้อยลง เผาผลาญแคลอรี่ เนื่องจากใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน จึงเผาผลาญได้ดีมาก ป้องกันการบาดเจ็บ เสริมสร้างข้อต่อและกล้ามเนื้อพยุงตัวให้แข็งแรง ลดอาการปวดหลัง รูปร่างสมส่วน หุ่นจะดูเฟิร์ม กระชับ ไม่ดูล่ำจนเกินไป เพราะเน้นสัดส่วนที่สมดุล การออกกำลังกายแบบ Functional ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์แพงๆ เสมอไปค่ะ แค่ Bodyweight ของเราเอง หรือดัมเบลเล็กๆ สักคู่ ก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่างและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้แล้ว! บทความที่คุณอาจสนใจ ตารางซ้อมสำหรับมือใหม่ HYROX ใน 4 สัปดาห์ ปั้นหุ่น เตรียมพร้อมก่อนลงสนาม ออกกําลังกายแบบแรงต้าน ดีอย่างไร ทำไมถึงนิยม เวทเทรนนิ่ง
เทรนด์สุขภาพ • 4 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิก เวลเนส สปา
KLINIQ SPA เป็นสปาการแพทย์เพื่อสุขภาพ ที่มีโปรแกรมตั้งแต่การนวดบำบัดไปจนถึงการดูแลผิวที่ออกแ บบมาเฉพาะสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมืองและนักท่องเที่ยว
ความงามและสุขภาพ • 14 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
วัคซีนพอยท์
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
Supersports
-
อุปกรณ์ออกกำลังกายและกีฬา • 1 มี.ค. 69
อ่าน
3 โปรแกรม LOWER BODY HIIT WORKOUT 10 นาทีรู้เรื่อง เลือกได้ตามชอบ
ใครที่อยากฟิตช่วงล่างแบบเร็ว และมันส์ เลือกได้เลย 3 โปรแกรม LOWER BODY HIIT ที่ TrueID Sport จัดมาให้แบบเน้น ๆ ใช้เวลาแค่ 10 นาที แต่โดนกล้ามเนื้อเต็ม ๆ แต่ละโปรแกรมมี 3 ท่าง่าย ๆ ทำตามได้ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เยอะ เหมาะทั้งมือใหม่และสายลุย พร้อมเผาผลาญและกระชับขา ก้น ต้นขาแบบทันใจ 3 โปรแกรม LOWER BODY HIIT WORKOUT 10 นาทีรู้เรื่อง เลือกได้ตามชอบ โปรแกรมที่ 1: พลังระเบิดขา โปรแกรมนี้เป็นรูปแบบ Plyometrics ที่เน้นการใช้แรงระเบิดและอัตราการเต้นของหัวใจที่สูง เหมาะสำหรับวันที่คุณต้องการเผาผลาญแคลอรีสูงสุดและฝึกความคล่องแคล่วว่องไว ท่าที่ 1: Jump Squats จำนวน: 15 - 20 ครั้ง การเน้น: กระโดดให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อสร้างแรงระเบิด และลงพื้นด้วยความนุ่มนวลที่สุด โดยใช้กล้ามเนื้อขาดูดซับแรงกระแทก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อข้อต่อ กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อก้น ท่าที่ 2: Split Lunges (Jump) จำนวน: 18 - 22 ครั้ง (นับสลับข้าง) การเน้น: รักษาการทรงตัวและแนวสะโพกให้ตรงตลอดการกระโดดสลับขา การลงพื้นต้องเบาและมั่นคงเพื่อควบคุมความสมดุลและความมั่นคงของข้อเข่า กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและหลัง ท่าที่ 3: Mountain Climbers จำนวน: 40+ ครั้ง (นับเข่าที่ดึง) การเน้น: ดึงเข่าเข้าหาหน้าอกให้เร็วที่สุด ขณะที่รักษาลำตัวให้อยู่ในท่าแพลงก์ ไม่ให้สะโพกยกหรือหย่อนมากเกินไป ท่านี้เพิ่มการเผาผลาญและฝึกความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อสะโพก จุดเด่น: เผาผลาญสูงสุดเน้นความเร็วและแรง เหมาะสำหรับคนที่อยากเหงื่อท่วมและเพิ่มความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด โปรแกรมที่ 2: ต้นขาแกร่งขั้นเทพ โปรแกรมนี้เน้นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการเพิ่มความทนทาน ด้วยการคงท่าและการเคลื่อนไหวที่ควบคุม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้าง กล้ามเนื้อขาที่มั่นคง อย่างจริงจัง ท่าที่ 1: Bodyweight Squats จำนวน: 15 - 20 ครั้ง การเน้น: ลงลึกจนต้นขาขนานกับพื้น (ประมาณ 90 องศา) หรือลึกกว่านั้นหากทำได้โดยที่หลังยังคงตรง การหายใจ: หายใจเข้าขณะย่อตัว หายใจออกขณะยืนขึ้น กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ท่าที่ 2: Forward Lunges จำนวน: 20 - 24 ครั้ง (นับสลับข้าง) การเน้น: ก้าวให้มั่นคง เข่าหน้าไม่เลยปลายเท้า และเข่าหลังเกือบแตะพื้น รักษาลำตัวให้ตรงตลอดการเคลื่อนไหวเพื่อแยกการทำงานของกล้ามเนื้อขาแต่ละข้าง กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อก้น ท่าที่ 3: Wall Sit จำนวน: ทำค้างไว้ตลอด 40 วินาที การเน้น: หลังแนบชิดกำแพง เกร็งต้นขาให้แน่น ในท่าที่ต้นขาขนานกับพื้น (เหมือนนั่งเก้าอี้ที่มองไม่เห็น) ท่านี้สร้างความทนทานของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าได้อย่างดีเยี่ยม กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าเป็นหลัก จุดเด่น: เน้นความ แข็งแรง ของต้นขาและความ ทนทาน ของกล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับคนที่อยากสร้างกล้ามเนื้อขาที่คมชัด โปรแกรมที่ 3: เบาแต่เอาอยู่ โปรแกรมนี้ออกแบบมาสำหรับวันที่คุณต้องการ ลดแรงกระแทก ต่อข้อต่อ แต่ยังคงต้องการความกระชับและความแข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นไปที่กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และการเคลื่อนไหวในระนาบด้านข้าง ท่าที่ 1: Side Lunges จำนวน: 16 - 20 ครั้ง (นับสลับข้าง) การเน้น: ก้าวออกไปด้านข้าง ย่อเข่าข้างที่ก้าวออก รักษาหลังให้ตรง และสะโพกไปด้านหลังเล็กน้อย ท่านี้ฝึกกล้ามเนื้อขาด้านใน และก้นได้ดี กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อขาด้านใน ท่าที่ 2: Step-Up (ใช้เก้าอี้ หรือบันได) จำนวน: 12 - 15 ครั้ง ต่อข้าง การเน้น: ใช้กล้ามเนื้อขาข้างที่อยู่บนแท่นเพื่อดันตัวขึ้น ไม่ใช่การกระโดดหรือใช้แรงจากขาข้างล่าง ต้องสลับข้างทำภายใน 40 วินาที เพื่อคงความหนักในการฝึก กล้ามเนื้อหลักที่ใช้: กล้ามเนื้อก้น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ท่าที่ 3: Plank with Leg Lifts จำนวน: 16 - 20 ครั้ง (นับขาที่ยก) การเน้น: อยู่ในท่าแพลงก์ที่หลังตรงและแกนกลางลำตัวแข็งแรง จากนั้นยกขาขึ้นสลับกัน โดยที่สะโพกยังคงนิ่งไม่โยกไปมา ท่านี้สร้างความแข็งแรงของแกนกลางและความมั่นคงของสะโพก กล้ามเนื้อหลักที่ใช้ : กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว กล้ามเนื้อก้น จุดเด่น: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดแรงกระแทก แต่ยังได้ความกระชับ และความแข็งแรงของแกนกลาง เทคนิคการฝึก การฝึกทั้ง 3 โปรแกรมนี้ใช้หลักการฝึกแบบผสมผสานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในเวลาจำกัด รูปแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training): ทำแต่ละท่าเป็นเวลา 40 วินาทีทำงาน และ 20 วินาทีพัก รูปแบบนับจำนวนครั้ง : ทำตามจำนวนครั้งที่กำหนดในแต่ละท่า การพักระหว่างรอบ: เมื่อทำครบทั้ง 3 ท่าถือเป็น 1 รอบ (Set) ให้พักระหว่างรอบ 30 วินาที ความสมบูรณ์: ทำซ้ำตามรูปแบบที่เลือก ครบ 3 รอบ จะใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยประมาณ คำแนะนำเพิ่มเติม: ควรทำการอบอุ่นร่างกาย (Warm-up) ด้วยการยืดเหยียดแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Stretching) 3-5 นาทีก่อนเริ่ม และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Cool-down) หลังออกกำลังกายเสร็จ บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม วิธีเลือกดัมเบลสำหรับผู้ชายให้เหมาะกับการออกกำลังกาย รวมท่าออกกำลังกาย Dumbbell Complex เวลาน้อยได้ผลมาก รวมท่าฝึกแกนกลางลำตัว แบบไม่หนัก ได้กล้ามสวยแก้ปวดหลัง ทำตามง่าย สาเหตุที่ออกกำลังกายหนักแต่ไม่มีกล้าม เปลี่ยนวิธีนี้กล้ามขึ้นแน่
ไลฟ์สไตล์ • 21 พ.ย. 68
อ่าน
แรงบีบมือบอกอายุขัย วิธีฝึกแรงจับให้แข็งแรง เพื่อร่างกายที่ฟิตและอายุที่ยืนยาว
แรงบีบมือไม่ได้บ่งบอกแค่พลังกล้ามเนื้อแขนเท่านั้น แต่ถือเป็นตัวชี้วัดอายุขัย และสุขภาพโดยรวมที่แม่นยำ แรงจับที่แข็งแรงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ลดลงและร่างกายที่ฟิตกว่าเดิม ใครที่ยังรู้สึกว่าแรงบีบมือยังไม่ค่อยมีมาลองฝึกแรงบีบมืออย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายในระยะยาว เพื่อให้คุณมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว ด้วยการเริ่มต้นฝึก แรงจับกัน แรงบีบมือบอกอายุขัย วิธีฝึกแรงจับให้แข็งแรงเพื่อร่างกายที่ฟิตและอายุที่ยืนยาว 1. รู้จักการออกแรงมือ 3 รูปแบบ การจะสร้างมือที่แข็งแกร่งครบมิติ คุณต้องฝึกให้ครบทั้ง 3 รูปแบบนี้: Crushing (แรงบดขยี้): คือพลังในการกำวัตถุเข้าหาฝ่ามือ เป็นแรงที่คุณใช้เวลาจับมือทักทาย หรือบีบลูกเทนนิส อุปกรณ์แนะนำ: Hand Grippers ที่บีบมือสปริง ระดับความยากต่างๆ Support (แรงยึดเหนี่ยว): คือความสามารถในการถือวัตถุหนักๆ ค้างไว้ให้นานที่สุด เป็นหัวใจสำคัญของนักยกน้ำหนัก อุปกรณ์แนะนำ: Pull-up Bar (บาร์โหน) หรือ Dumbbells หนักๆ Pinching (แรงคีบ): คือความแข็งแรงของนิ้วมือและนิ้วโป้งโดยเฉพาะ โดยไม่ใช้ฝ่ามือช่วยท่านี้จะช่วยสร้างความหนาให้กล้ามเนื้อระหว่างนิ้ว อุปกรณ์แนะนำ: Weight Plates (แผ่นน้ำหนักเหล็ก) 2. 4 ท่าฝึกสุดคลาสสิก ปั้นกล้ามแขนและพลังมือ ลองนำท่าเหล่านี้ไปแทรกในโปรแกรมการออกกำลังกายของคุณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง: 1. Farmers Walks หยิบดัมเบลหรือเคตเทิลเบลที่หนักที่สุดที่คุณสามารถถือได้ด้วยมือเปล่า (ไม่ใช้สายรัด) วิธีฝึก: เดินเป็นเส้นตรง 3060 วินาที หรือประมาณ 40-50 เมตร Tip: โฟกัสที่การยืดอก หลังตรง ไม่ปล่อยให้ไหล่ห่อตามน้ำหนัก แรงบีบต้องนิ่งสนิท 2. Dead Hangs ท่าที่ดูเหมือนง่ายแต่ปราบเซียนที่สุด วิธีฝึก: กระโดดขึ้นโหนบาร์ดึงข้อ ปล่อยตัวค้างไว้ให้นานที่สุด เป้าหมายเริ่มต้นคือ 60 วินาที Tip: เกร็งสะบักเล็กน้อย (Active Shoulders) เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ 3. Plate Pinches ฝึกพลังนิ้วโป้งที่มักจะถูกละเลย วิธีฝึก: นำแผ่นน้ำหนัก 2 แผ่นประกบกัน (หันด้านเรียบออก) ใช้แค่นิ้วหนีบไว้ข้างลำตัว Tip: เริ่มจากแผ่น 5kg สองแผ่น แล้วค่อยๆ ขยับไปที่แผ่น 10kg 4. Towel Pull-ups (ดึงข้อด้วยผ้าขนหนู) ถ้าโหนบาร์ปกติเริ่มง่ายไป ลองเอาผ้าขนหนูพาดบาร์แล้วจับปลายผ้าเพื่อดึงข้อ ผลลัพธ์: แรงเสียดทานที่น้อยลงจะบังคับให้กล้ามเนื้อมือต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่า 3. เคล็ดลับอัปเลเวลเพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็ว อย่าใช้ Straps เร็วเกินไป: ในเซตวอร์มอัพหรือเซตที่น้ำหนักยังไม่ถึงจุดสูงสุด ให้ใช้ "มือเปล่า" เสมอ เพื่อให้มือได้พัฒนาไปพร้อมกับกล้ามเนื้อส่วนอื่น ฝึกกล้ามเนื้อฝั่งกางมือ: ป้องกันอาการบาดเจ็บ ด้วยการใช้หนังยางรัดรอบปลายนิ้ว (Tennis/Golfer's Elbow) แล้วกางออกบ่อยๆ เพื่อสร้างสมดุลให้กล้ามเนื้อ เน้นจังหวะผ่อน : เวลาใช้ที่บีบมือ (Gripper) ตอนบีบเข้าให้ไว แต่ตอนปล่อยให้ค่อยๆ ผ่อนออกช้าๆ ประมาณ 3 วินาที กล้ามเนื้อจะฉีกขาดและซ่อมแซมได้ดีกว่า 4. บริหารมือได้แม้ตอนนั่งทำงาน ไม่ต้องรอเข้ายิมคุณก็ฝึกได้ง่ายๆ ที่ออฟฟิศ ลูกเทนนิส: บีบลูกเทนนิสค้างไว้ 5 วินาทีแล้วปล่อย ทำซ้ำ 15-20 ครั้งต่อข้าง ขยำกระดาษ: ลองนำกระดาษรีไซเคิลแผ่นใหญ่มาขยำให้เป็นก้อนกลมเล็กที่สุดด้วยมือข้างเดียว Finger Tapping: กางนิ้วบนโต๊ะแล้วกดปลายนิ้วลงกับโต๊ะทีละนิ้วให้แรงที่สุด สรุปทำไมแรงบีบมือถึงเท่ากับสุขภาพดี ผู้ชายที่มีแรงบีบมือสูงมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดต่ำกว่า และมีแนวโน้มที่จะมีมวลกล้ามเนื้อในร่างกายสูงกว่าค่าเฉลี่ย บทความที่คุณอาจสนใจ วิธี Hack ร่างกายผู้ชายสายสร้างกล้าม ดูแลตัวเองอย่างไรสร้างกล้ามได้ไว เวลาน้อยก็หุ่นดีได้ วิธีออกกำลังกายสำหรับผู้ชายเวลาน้อย รวมท่าปั้นหัวไหล่ผู้ชายเวลาน้อย ภายใน 15 นาที ไหล่สวยได้แม้ไม่มีเวลา วิธีกินตาม TDEE สำหรับผู้ชายอยากปั้นกล้าม กินอย่างไรให้ได้ผล Warm up กับ Cool down ต่างกันอย่างไรทำไมสำคัญต่อการสร้างกล้าม
ไลฟ์สไตล์ • 16 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อินเตอร์เนชั่นแนล
-
โรงพยาบาล/คลินิก • 1 เม.ย. 68
สิทธิพิเศษ
Fixifoot Bangkok
แผ่นเสริมรองเท้าเฉพาะบุคคล
กระเป๋า/รองเท้า/เครื่องหนัง • 1 ต.ค. 68
ดูเพิ่มเติม